วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ลง ubuntu
http://forum.ubuntuclub.com/forum?topic=20394.0
วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554
แชร์เน็ต ให้แอนดอร์ย
ถ้าใช้ windows 7 มีวิธีง่ายๆที่ไม่จำเป็นต้อง set adhoc ให้ยุ่งยากครับ
ถ้าใช้ windows 7 มีวิธีง่ายๆที่ไม่จำเป็นต้อง set adhoc ให้ยุ่งยากครับ
- Start > All Programs > Accessories > คลิ้กขวาที่ Command Prompt เลือก run as administrator
- พิม
netsh wlan set hostednetwork mode=allow ssid=Hotspot key=ใส่พาสเอง
netsh wlan start hostednetwork
แล้วเครื่องคอมเราจะกลายเป็น Hotspot ย่อมๆไปเลยครับ แต่ hardware wireless ต้อง support ด้วยนะครับ และใช้ได้เฉพาะ windows 7 เท่านั้นครับ
- Start > All Programs > Accessories > คลิ้กขวาที่ Command Prompt เลือก run as administrator
- พิม
netsh wlan set hostednetwork mode=allow ssid=Hotspot key=ใส่พาสเอง
netsh wlan start hostednetwork
แล้วเครื่องคอมเราจะกลายเป็น Hotspot ย่อมๆไปเลยครับ แต่ hardware wireless ต้อง support ด้วยนะครับ และใช้ได้เฉพาะ windows 7 เท่านั้นครับ
วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554
การติดตั้ง Android SDK บน Ubuntu (64Bit) Full
เริ่มแรกผมจะพูดถึงการติดตั้งกันก่อน ผมใช้ Linux Ubuntu 10.4 (64-bit) และใช้ Eclipse 3.6.0 เป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาครับ
โปรแกรมที่ต้องเตรียมครับ
1. JDK 6 Update 21 [jdk-6u21-linux-x64.bin]
2. Android SDK Revision 6 [android-sdk_r06-linux_86.tgz]
3. Eclipse 3.6.0 [eclipse-SDK-3.6-linux-gtk-x86_64.tar.gz]
2. Android SDK Revision 6 [android-sdk_r06-linux_86.tgz]
3. Eclipse 3.6.0 [eclipse-SDK-3.6-linux-gtk-x86_64.tar.gz]
...
ก่อนอื่นต้องลง JDK (Java Development Kit) ก่อน เพราะ Eclipse และ Android SDK ทำงานบน Java ครับ
คำสั่งสำหรับการติดตั้งบน Ubuntu พิมพ์ใน Terminal ครับ
1. พิมพ์ cd /opt เพื่อไปยัง Folder opt
2. พิมพ์ sudo mkdir java เพื่อสร้าง Folder ชื่อ java ครับ Terminal จะถาม Password ตอบไปแล้วกด Enter
3. พิมพ์ cd java เพื่อเข้าไปยัง Folder java ที่เราสร้างขึ้น
4. พิมพ์ sudo mkdir 64 เพื่อสร้าง Folder ใหม่ ชื่อ 64 ครับ
5. พิมพ์ sudo mv ~/jdk-6u21-linux-x64.bin /opt/java/64 เพื่อย้าย File ติดตั้งมาไว้ใน Folder 64 ที่สร้างไว้
6. พิมพ์ sudo chmod 755 /opt/java/64/jdk-6u21-linux-x64.bin
7. พิมพ์ cd /opt/java/64 เพื่อเข้าไปยัง Folder 64 ที่เราย้าย File ติดตั้งไปไว้
8. พิมพ์ sudo ./jdk-6u21-linux-x64.bin เพื่อติดตั้ง JDK ครับ
2. พิมพ์ sudo mkdir java เพื่อสร้าง Folder ชื่อ java ครับ Terminal จะถาม Password ตอบไปแล้วกด Enter
3. พิมพ์ cd java เพื่อเข้าไปยัง Folder java ที่เราสร้างขึ้น
4. พิมพ์ sudo mkdir 64 เพื่อสร้าง Folder ใหม่ ชื่อ 64 ครับ
5. พิมพ์ sudo mv ~/jdk-6u21-linux-x64.bin /opt/java/64 เพื่อย้าย File ติดตั้งมาไว้ใน Folder 64 ที่สร้างไว้
6. พิมพ์ sudo chmod 755 /opt/java/64/jdk-6u21-linux-x64.bin
7. พิมพ์ cd /opt/java/64 เพื่อเข้าไปยัง Folder 64 ที่เราย้าย File ติดตั้งไปไว้
8. พิมพ์ sudo ./jdk-6u21-linux-x64.bin เพื่อติดตั้ง JDK ครับ
เมื่อเสร็จแล้วจะมีข้อความ (ประมาณนี้ครับ)
Java(TM) SE Development Kit 6 successfully installed.
...
Press Enter to continue .....
ตอนนี้ถือว่าเสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว ต่อไปต้องทำให้ Ubuntu รู้ว่ามี Java ติดตั้งเข้ามาใหม่
คำสั่งที่ทำให้ Ubuntu รู้จัก Java ที่ติดตั้งเข้ามาใหม่ครับ
1. พิมพ์ sudo update-alternatives --install "/usr/bin/java" "java" "/opt/java/64/jdk1.6.0_21/bin/java" 1
--- Terminal จะถาม Password ตอบแล้วก็กด Enter เลยครับ จะได้ข้อความตอบกลับมา หน้าตาเป็นแบบนี้
update-alternatives: using /opt/java/64/jdk1.6.0_21/bin/java to provide /usr/bin/java (java) in auto mode.
2. พิมพ์ sudo update-alternatives --set java /opt/java/64/jdk1.6.0_21/bin/java
--- เป็นการสั่งให้ Ubuntu ให้ทำงานกับ Java ตัวที่เราติดตั้งนี้ครับ
--- Terminal จะถาม Password ตอบแล้วก็กด Enter เลยครับ จะได้ข้อความตอบกลับมา หน้าตาเป็นแบบนี้
update-alternatives: using /opt/java/64/jdk1.6.0_21/bin/java to provide /usr/bin/java (java) in auto mode.
2. พิมพ์ sudo update-alternatives --set java /opt/java/64/jdk1.6.0_21/bin/java
--- เป็นการสั่งให้ Ubuntu ให้ทำงานกับ Java ตัวที่เราติดตั้งนี้ครับ
จบการติดตั้ง JDK ครับผม
...
ลำดับที่สองการติดตั้ง Android SDK และ Update Package ครับ
...
ลำดับที่สองการติดตั้ง Android SDK และ Update Package ครับ
เราต้องเข้าไปยัง Folder ที่เรา Download Android SDK ไว้แล้วทำการแตกไฟล์ จากนั้นเปิด Terminal ครับ
พิมพ์ ./Downloads/android-sdk-linux_86/tools/android update sdk เพื่อเรียกเป็น UI ขึ้นมา หน้าตาแบบนี้
เลือก Package ที่เราต้องการใช้งานแล้วกดปุ่ม Install (ผมขอเลือก Accept All -> Install ครับ)
--- ระหว่างรอการ Load Package ห้ามไปปิด Terminal ครับ เพราะมันจะยกเลิก Update ไปด้วยครับ ---
เสร็จแล้วตัว ADB ก็จะแนะนำเราให้ Restart ตัว ADB ใหม่ กดปุ่ม Yes เลยครับ
จากนั้นกดปุ่ม Close ตอนนี้ Android SDK มี Package ที่เลือกไว้และพร้อมที่จะใช้งานแล้วครับ
ปิด Android SDK and AVD Manager แล้วก็ Terminal ได้เลยครับตอนนี้
จบการติดตั้ง Android SDK ครับ
...
สุดท้ายติดตั้ง Eclipse และทำการติดตั้ง Plug-In เพิ่มเพื่อให้รู้จัก Android SDK ครับ
...
สุดท้ายติดตั้ง Eclipse และทำการติดตั้ง Plug-In เพิ่มเพื่อให้รู้จัก Android SDK ครับ
ตอนนี้ให้เราเข้าไปแตกไฟล์ของ Eclipse จากนั้นเข้าไปเปิดโปรแกรม Eclipse ครับ
เลือกเมนู Help -> Install New Software ครับ
กดปุ่ม Add จากนั้นใส่ข้อมูลลงไปครับ
Name := Android
Location := https://dl-ssl.google.com/android/eclipse/
เสร็จแล้วกดปุ่ม OK ครับ
หน้านี้แสดงข้อตกลงการใช้งาน เลือก I accept the terms of the license agreements แล้วกดปุ่ม Finish ครับ
รอ Eclipse โหลดตัว Plug-In และติดตั้งครับ
เมื่อ Eclipse ติดตั้งเสร็จแล้ว จะบอกให้เรา Restart Eclipse กดปุ่ม Restart Now ครับ
เมื่อ Restart เสร็จแล้ว ให้เราไปที่เมนู Windows -> References ครับ
จากนั้นจะมีหน้า References ขึ้นมาให้เรากดเลือก Android แล้วกดปุ่ม Browse... ครับ
เลือก Folder ที่เก็บไฟล์ของ Android SDK ไว้ แล้วกดปุ่ม OK ครับ
เมือเลือกเสร็จแล้วจะกลับมาหน้า References ให้เรากดปุ่ม Apply ครับ เราก็จะได้หน้าตาแบบนี้ครับ
เสร็จแล้วครับการติดตั้ง Plug-In และ Android SDK ให้ใช้งานกับ Eclipse เมื่อไรที่เราต้องการเรียก Android SDK
ให้เราไปที่เมนู Window -> Android SDK and AVD Manager ครับ เราก็จะเห็นหน้าตาแบบนี้ครับ
เสร็จแล้วครับ เท่านี้เราก็สามารถจำลอง มือถือ ที่เป็นระบบปฏิบัตการ Android และเขียนโปรแกรมลงไปได้แล้ว
สำหรับคนที่ใช้ Ubuntu 64bit แล้วเจอปัญญาทำงานไม่ได้ หน้าตาแบบนี้
ปิดโปรแกรม Eclipse ก่อนครับ แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ครับ
1. ติดตั้ง Library เพิ่มเติมโหลดได้จาก http://frozenfox.freehostia.com/cappy/getlibs-all.deb2. เปิด Terminal จากนั้นเข้าไปใน Folder tools ของ Android SDK
3. พิมพ์ getlibs aapt รอ Terminal ทำงานจนเสร็จ แล้วก็กลับไปเปิด Eclipse อีกครั้งครับได้แล้วครับ
.http://java.sun.com/javase/downloads/index.jsp [โหลด JDK]http://www.eclipse.org/ [โหลด Eclipse]http://developer.android.com/ [โหลด Android SDK และวิธีการติดตั้ง]http://sites.google.com/site/easylinuxtipsproject/java [วิธีการติดตั้ง Java บน Ubuntu 32bit และ 64bit]
ขอบคุณสำหรับแหล่งข้อมูลครับ
http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=1317567 [วิธีการแก้ปัญหาบน Ubuntu 64bit]
วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554
install cairo-dock
Open up synaptic:
System->Administration->Synaptic and search for cairo-dock and cairo-dock-plug-ins then click install.
Once Installed you can access Cairo Dock via Applications->System Tools->Cairo Dock
Cairo-Dock has an update function so you will not need a repository or need to download it again
System->Administration->Synaptic and search for cairo-dock and cairo-dock-plug-ins then click install.
Once Installed you can access Cairo Dock via Applications->System Tools->Cairo Dock
Cairo-Dock has an update function so you will not need a repository or need to download it again
วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ติดตั้ง java sun jdk for Ubuntu 11.04
ใน Ubuntu 11.04 Natty ไม่มี Sun Java6 ใน official repository
ดังนั้นหากเราต้องการที่จะใช้งาน Sun Java จะต้องติดตั้งเองครับ
วิธีการที่ติดตั้งง่ายที่สุดคือ ผ่าน PPA โดยวิธีการมีดังนี้ครับ
เปิด terminal window ขึ้นมา แล้วทำการเพิ่ม PPA โดยพิมพ์
sudo add-apt-repository ppa:ferramroberto/java
sudo apt-get update
จากนั้นทำการติดตั้ง jre jdk โดยการพิมพ์
sudo apt-get install sun-java6-jre sun-java6-jdk
ต่อมาก็ ทำให้ Sun java เป็น default แทน Open java โดยการพิมพ์
sudo update-alternatives –config java
และเลือก /usr/lib/jvm/java-6-sun/jre/bin/java น่าจะเป็นตัวเลือกที่ 3 ส่วน Sun jdk ถ้าก่อนหน้านี้ไม่ได้ลง open java jdk ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ ก็เสร็จพิธี
เปิด terminal window ขึ้นมา แล้วทำการเพิ่ม PPA โดยพิมพ์
sudo add-apt-repository ppa:ferramroberto/java
sudo apt-get update
จากนั้นทำการติดตั้ง jre jdk โดยการพิมพ์
sudo apt-get install sun-java6-jre sun-java6-jdk
ต่อมาก็ ทำให้ Sun java เป็น default แทน Open java โดยการพิมพ์
sudo update-alternatives –config java
และเลือก /usr/lib/jvm/java-6-sun/jre/bin/java น่าจะเป็นตัวเลือกที่ 3 ส่วน Sun jdk ถ้าก่อนหน้านี้ไม่ได้ลง open java jdk ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ ก็เสร็จพิธี
วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554
การ setting Path java บน windows
การ setting Path
1.คลิกขวาที่ ICON "My Computer" แล้วเลือก "Properties" เพื่อเปิด "System Properties" ขึ้นมา
(1.)หรือคุณสามารถเข้า "System Properties" นี้ผ่านทางการดับเบิ้ลคลิกที่ "System" icon ใน "control panel" ได้เช่นกัน
2.คลิกแทบ "Advanced".
3.คลิกปุ่ม "Environment Variables"
4.ในส่วนนี้จะมีอยู่สอง section คือ
4.1."User variables for Admin"
4.2."System variables" *เราสนใจ Section นี้
5.ใน section "System variables" จะมี column "Variable" กับ "Value"
6.ให้ตรวจดูว่า ใน column "Variable" มีคำว่า "Path" อยู่หรือไม่
7.(กรณีมี "Path" อยู่ในรายชื่อ variable อยู่แล้ว) ให้คลิกเลือกบรรทัดที่มี "Path" อยู่แล้วคลิกปุ่ม "Edit"
7.1.ในช่อง "Variable value:" ให้เติมคำว่า ";C:Program FilesJavajdk1.5.0_07bin" ที่ท้ายแถว (โดยตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณ Install Java ลงใน ส่วนใดใน windows ก็ให้ลงตามนั้น อ้อ!อย่าลืมใส่เครื่องหมาย ";" ที่ส่วนหน้าของประโยคนะครับ)
7.2.นี่คือประโยค Path แบบเต็มๆ ของผมนะครับ "C
raclexeapporacleproduct10.2.0serverbin;C:Program
FilesMicrosoft SQL Server90Toolsbinn;C:Program
FilesJavajdk1.5.0_07bin"7.3.คลิกปุ่ม "OK" นีก็เป้นอันเสร็จสิ้น การ setting path แล้วนะครับ
8.(ในกรณีไม่มี "Path" อยู่ในรายชื่อ Variable) ให้คลิกปุ่ม "New"
8.1.ในช่อง "Variable name:" ให้กรอกคำว่า "Path" เข้าไป
8.2.ในช่อง "Variable value:" ให้เติมคำว่า ";C:\Program FilesJava\jdk1.5.0_07\bin" ที่ท้ายแถว (โดยตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณ Install Java ลงใน ส่วนใดใน windows ก็ให้ลงตามนั้น อ้อ!อย่าลืมใส่เครื่องหมาย ";" ที่ส่วนหน้าของประโยคนะครับ)
8.3.คลิกปุ่ม "OK" นีก็เป้นอันเสร็จสิ้น การ setting path แล้วนะครับ
วิธีการลง Windows 7 จากUSB
ปัจจุบันการลงวินโดวส์ใหม่ ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ใช้คอมพ์ที่พอจะมีความรู้บ้าง เนื่องมาจากใช้เครื่องไปนานๆ เครื่องค้าง เครื่องช้า เครื่องติดไวรัส มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ก็จะลงวินโดวส์ใหม่กัน ประกอบกับปัจจุบันทางไมโครซอฟท์ได้เปิดให้ดาวน์โหลด วินโดวส์ เซเว่น ให้ทดลองใช้กัน
ทีมงานจึงไปเสาะหาวิธีการลงวินโดวส์ผ่านแฟลชไดร์ฟ มาให้ผู้อ่านได้ทดลองใช้กัน โดยอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมได้แก่ แฟลชไดร์ฟขนาด 4GB ขึ้นไป สำหรับการลงวินโดวส์ วิสต้า ในกรณีที่ได้ลิขสิทธิ์แบบ OEM มา และ วินโดวส์ เซเว่น สำหรับผู้ที่อยากนำมาทดลองใช้ โดยขั้นตอนเหล่านี้ทำได้เฉพาะบนวินโดวส์ วิสต้า เท่านั้น
การเตรียมแฟลชไดร์ฟครั้งนี้ทีมงานจะเน้นไปที่การลงวินโดวส์ เซเว่น เป็นหลัก เนื่องจากผู้อ่านสามารถโหลดมาทดลองใช้งานกันได้ฟรีๆ หลังจากที่ดาวน์โหลดเสร็จ จะได้ไฟล์นามสกุล iso ซึ่งจำเป็นต้องการโปรแกรมเสริมมาใช้ในการเปิดไฟล์ เช่น Daemon Tool, Nero Image Drive, Magic Iso และ Alcohol 120% ซึ่งจะเรียกขั้นตอนเหล่านี้ว่า เมาท์ อิมเมจ ไฟล์ (Mount Image File)
เมื่อลงโปรแกรม เมาท์ อิมเมจ ไฟล์เสร็จเรียบร้อย ทีนี้กลับมาจัดการแฟลชไดร์ฟ ให้สามารถนำไฟล์วินโดวส์ลงด้วยการ สั่งงานผ่าน cmd ดังนี้
- กด Start > Run > พิมพ์ cmd หรือเลือก All Program > Accessories > Command Prompt
- พิมพ์ "cd\" เพื่อกลับเข้าไดเรกทอรี่ปกติของ Dos (รูปที่1)
ทีมงานจึงไปเสาะหาวิธีการลงวินโดวส์ผ่านแฟลชไดร์ฟ มาให้ผู้อ่านได้ทดลองใช้กัน โดยอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมได้แก่ แฟลชไดร์ฟขนาด 4GB ขึ้นไป สำหรับการลงวินโดวส์ วิสต้า ในกรณีที่ได้ลิขสิทธิ์แบบ OEM มา และ วินโดวส์ เซเว่น สำหรับผู้ที่อยากนำมาทดลองใช้ โดยขั้นตอนเหล่านี้ทำได้เฉพาะบนวินโดวส์ วิสต้า เท่านั้น
การเตรียมแฟลชไดร์ฟครั้งนี้ทีมงานจะเน้นไปที่การลงวินโดวส์ เซเว่น เป็นหลัก เนื่องจากผู้อ่านสามารถโหลดมาทดลองใช้งานกันได้ฟรีๆ หลังจากที่ดาวน์โหลดเสร็จ จะได้ไฟล์นามสกุล iso ซึ่งจำเป็นต้องการโปรแกรมเสริมมาใช้ในการเปิดไฟล์ เช่น Daemon Tool, Nero Image Drive, Magic Iso และ Alcohol 120% ซึ่งจะเรียกขั้นตอนเหล่านี้ว่า เมาท์ อิมเมจ ไฟล์ (Mount Image File)
เมื่อลงโปรแกรม เมาท์ อิมเมจ ไฟล์เสร็จเรียบร้อย ทีนี้กลับมาจัดการแฟลชไดร์ฟ ให้สามารถนำไฟล์วินโดวส์ลงด้วยการ สั่งงานผ่าน cmd ดังนี้
- กด Start > Run > พิมพ์ cmd หรือเลือก All Program > Accessories > Command Prompt
- พิมพ์ "cd\" เพื่อกลับเข้าไดเรกทอรี่ปกติของ Dos (รูปที่1)
- พิมพ์ "diskpart"
- พิมพ์ "list disk" เพื่อดูว่า แฟลชไดร์ฟของเราอยู่ในส่วนไหน
- พิมพ์ "select disk x" x แทนตัวเลขไดร์ฟของเราใน list disk
- พิมพ์ "Clean" เพื่อล้างข้อมูลต่างๆในแฟลชไดร์ฟ (รูปที่2)
- พิมพ์ "list disk" เพื่อดูว่า แฟลชไดร์ฟของเราอยู่ในส่วนไหน
- พิมพ์ "select disk x" x แทนตัวเลขไดร์ฟของเราใน list disk
- พิมพ์ "Clean" เพื่อล้างข้อมูลต่างๆในแฟลชไดร์ฟ (รูปที่2)
- พิมพ์ "assign"
- พิมพ์ "exit"
- พิมพ์ "exit"
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

















